หนังสือเรียนของกระทรวงฯ หลักสูตร 2544 ที่ต้องการจำหน่ายออกครับ

ป.1
นส.วิทยาศาสตร์
นส.การดำรงชีวิตและครอบครัว
นส.พระพุทธศาสนา
แบบบันทึกวิทยาศาสตร์
บฝ.ภาษาไทย เล่ม 2
นส. Project Play & Learn

ป.2
นส.วิทยาศาสตร์
นส.Project Play & Learn

ป.3
แบบบันทึกวิทยาศาสตร์
บฝ.คณิตศาสตร์ เล่ม 2
บฝ. Zoom
นส. Project Play & Learn

ป.4
นส.วรรณคดีลำนำ
บฝ.คณิตศาสตร์ เล่ม 1
บฝ.คณิตศาสตร์ เล่ม 2
แบบบันทึกวิทยาศาสตร์
นส.การดำรงชีวิตและครอบครัว
นส.พระพุทธศาสนา
นส.Project Play & Learn

ป.5
แบบบันทึกวิทยาศาตร์
นส.ภาษาพาที
นส.เทคโนโลยีสารสนเทศ
นส.วรรณคดีลำนำ
บฝ.ทักษะภาษา
บฝ.คณิตศาสตร์ เล่ม 1
บฝ.คณิตศาสตร์ เล่ม 2

ป.6
นส.วิทยาศาสตร์
บฝ.คณิตศาสตร์ เล่ม 2
นส.วรรณคดีลำนำ
แบบบันทึกวิทยาศาสตร์

ม.1
นส.สารและสมบัติของสาร
นส.วิทยาศาสตร์
นส.เทคโนโลยีสารสนเทศ
นส.พระพุทธศาสนา
นส.แรงและการเคลื่อนที่ พลังงาน

ม.2
นส.โลกดาราศาสตร์และอวกาศ
นส.คณิตศาสตร์ พฐ. เล่ม 1
นส.คณิตศาสตร์ พฐ. เล่ม 2
นส.ภาษาการสื่อสารและงานประพันธ์
นส.Got it

ม.3
นส.ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
นส.คณิตศาสตร์ พฐ. เล่ม 1
นส.คณิตศาสตร์ พฐ. เล่ม 2
นส.คณิตศาสตร์ พต. เล่ม 1
นส.คณิตศาสตร์ พต. เล่ม 2
นส.วรรณคดีวิจักษ์
นส.ภาษาการสื่อสารและงานประพันธ์

ม.4
นส.วรรณสารศึกษา เล่ม 1
นส.วรรณสารศึกษา เล่ม 2
นส.ภาษาเพื่อพัฒนาการเรียนรู้
นส.วรรณคดีวิจักษ์
นส.คณิตศาสตร์ พฐ. ล.2
นส.คณิตศาสตร์ พฐ ล.1

ม.5
นส.ชีววิทยา เล่ม 3
นส.ภาษาเพื่อพัฒนาการสื่อสาร
นส.วรรณคดีวิจักษ์
นส.คณิตศาสตร์ พฐ. เล่ม2
นส.คณิตศาสตร์ พฐ. เล่ม 1
นส. Global Link

ม.6
นส.ฟิสิกส์ เล่ม 3 ม.6

นส.ทักษะปฏิสัมพันธ์ ชช.2 ป.4-6
นส.ทักษะปฏิสัมพันธ์ ชช.1 ป.1-3
นส.วรรณกรรมปฏิสัมพันธ์ ป.1-3
นส.วิทยาศาสตร์ แรงและพลังงาน ม.1-3

สนใจเล่มไหนติดต่อมาที่ info@rieandee.com นะครับ ราคาพิเศษครับ

ต้องการขายตู้

ต้องการขายตู้

ต้องการขาย ตู้ทรงสูง กว้าง40.6ซม. ยาว121.8ซม. สูง175.6ซม.
ราคา 10000.- สนใจติดต่อ เรียนดี 056-221032 056-221704

ขายตู้ครับ

ขายตู้ครับ

ต้องการขาย ตู้ กว้าง40.6ซม. ยาว121.8ซม. สูง87.8ซม. มีทั้งหน้าบานกระจกและหน้าบานทึบ

ราคา 5900 ทั้ง 2 แบบ ครับ สนใจ ติดต่อ เรียนดี 056-221032 056-221704

มีอุปกรณ์วิทย์จำหน่ายในราคาพิเศษครับ

เป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์นะครับ

  1. เครื่องชั่งไฟฟ้างานวิเคราะห์
  2. เครื่องวัดคามเป็นกรด ด่าง ความชื้น
  3. ชุดตรวจสอบความเป็นกรด ด่าง ของดิน
  4. ชุดทดลองเปรียบเทียบสเปคตรัมแก๊ส
  5. เครื่องเคาะสัญญาณเวลา แบบ 2
  6. กล้องส่องทางไกล 2 ตา 10×50 มม.
  7. แอนนิรอยด์บารอมิเตอร์ (กรอบไม้)
  8. ไมโครปิเปต micropipette 10-100 m ยี่ห้อ CAP
  9. ไมโครปิเปต micropipette 100-1000 m ยี่ห้อ CAP
  10. interwrite schoolboard 77 นิ้ว
  11. ขาตั้งบอร์ด

สนใจสอบถามสเปค ราคา ได้นะครับ สามารถจัดส่งให้ได้ทั่วประเทศครับ

รวมภาพน้ำท่วมเรียนดีเอาไว้ในหัวข้อเดียวกัน

รวมรวมภาพน้ำท่วมและความเสียหายต่างๆไว้ในหัวข้อเดียวกันนะครับ

เป็นfacebookส่วนตัวของ ผมเอง ดูได้หรือไม่ได้บอกกันด้วยนะครับ

10 ต.ค. 2554

(วันนี้น้ำเข้าตลาดครับ)
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150445690730081.409878.601095080&type=1&l=e1d553d54e

11 ต.ค. 2554
(วันนี้น้ำสูงมากจนล้นปูนที่ก่อเข้ามาในพื้นที่ร้าน ขนของกันทั้งวัน)
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150446819445081.410109.601095080&type=1&l=6a0999ab14

12 ต.ค. 2554
(วันนี้น้ำยังขึ้นอีก และไฟฟ้าตัดไฟ ทำให้ต้องอพยพ ในร้านจุดที่ลึกสุดน้ำลึก 1.50 เมตรครับ)
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150446804870081.410106.601095080&type=1&l=30b9cedee9

15 ต.ค. 2554
(มีคนมาบอกว่าหน้าร้านกระจกแตก จึงนั่งเรือเข้าไป เอาผ้าใบผูกไว้หน้าร้านกันของลอยออกมาครับ)
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150446788425081.410104.601095080&type=1&l=03ea9f05b4

19 ต.ค. 2554
(เข้ามาดูร้าน เก็บของบางส่วนแต่กลิ่นน้ำเน่าเหม็นมาก)
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150446495550081.410061.601095080&type=1&l=66998725b2

24 ต.ค. 2554
(น้ำเริ่มลดให้คนเข้ามาช่วยเคลียร์ของทำความสะอาด)
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150446275030081.410008.601095080&type=1&l=95a32d967f

25 ต.ค. 2554
(น้ำลดลงอีกนิดหน่อยยังต้องใส่รองเท้าบูทเดินในร้าน น้ำยังเน่าดำอยู่ครับ)
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150446267985081.410006.601095080&type=1&l=60dc53f08a

27 ต.ค. 2554
(วันนี้ทุบกำแพงออกเพื่อให้น้ำเน่าไหลออก ติดต่อไฟฟ้ามาเดินไฟทำให้สว่างขึ้นมองเห็นความเสียหายชัดเจนขึ้น)
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150446250120081.410004.601095080&type=1&l=af7c83215c

28 ต.ค. 2554 – 30 ต.ค. 2554
(ตัดสินใจขยับชั้นหนังสือเพราะน้ำในร้านไม่ยอมแห้งเสียทีเนื่องจากส่วน ใหญ่มาจากกองหนังสือที่อมน้ำ)
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150445735975081.409894.601095080&type=1&l=6a96ffc7dc
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150445724305081.409890.601095080&type=1&l=7de5e7d63c

1 พ.ย. 2554
(จ้างคนมาทำความสะอาด เนื่องจากเลอะมากทำไม่ไหวแล้วครับ ค่อยๆ เห็นพื้นขาวขึ้น เป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้ว)
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150445716255081.409887.601095080&type=1&l=d7c912d275

2 พ.ย. 2554
(สภาพของสินค้าที่เสียหาย กำลังตากแดดและทำความสะอาดครับ)
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150445706320081.409884.601095080&type=1&l=1a963eec09

5 พ.ย. 2554
(ความเสียหายของสินค้าในหมวดหนังสือ .. เอาไปตากแดดที่โกดัง ครับ)
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150447957835081.410315.601095080&type=1&l=42e0c0f7f7

จบแล้วครับ ไว้เดี๋ยวมาเล่ารายละเอียดให้ฟังอีกทีครับ

สถานการณ์น้ำท่วมที่นครสวรรค์

สวัสดีครับ ไม่ได้เจอกันเสียนาน หวังว่าท่านผู้อ่านทุกท่านคงสบายดีนะครับ วันนี้มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมที่ เรียนดี มาเล่าให้ฟังครับ ก่อนอื่นเลยต้องขอไล่เรียงเรื่องราวที่มาที่ไปก่อนนะครับ ดูแผนที่ประกอบด้วยนะครับ

ร้านเราอยู่ใกล้จุดแดงจุดที่4จากขวาครับ

จากภาพจะเห็นได้ว่า พื้นที่เทศบาลนครนครสวรรค์ อันเป็นเขตเศรษฐกิจหลักของจังหวัดนครสวรรค์นั้น เปรียบเสมือนไข่แดง มีรูปร่างเป็นแผ่นดินที่มีแม่น้ำล้อมรอบทางด้านตะวันออก ซึ่งแม่น้ำดังกล่าว คือ แม่น้ำปิง (อันไหลมาจากเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก กำแพงเพชร) และแม่น้ำน่าน (อันไหลมาจากพิจิตร พิษณุโลก) มาบรรจบกันที่ หน้าตลาดปากน้ำโพ รวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลลงสุ่ภาคกลางของไทย

การเตรียมการก่อนน้ำท่วม
ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2554 ที่ทางเทศบาลนครนครสวรรค์ ได้ทำการเทหินคลุกตลอดแนวถนนริมเขื่อน แม่น้ำเจ้าพระยา จากเหนือจรดใต้ในเขตเทศบาลฯ ทางเราก็เริ่มดำเนินการ ก่ออิฐฉาบปูนหน้าร้านและหลังร้าน การเรียงกระสอบทราย การขนของขึ้นสูง ตามลำดับ ดังภาพครับ

คันดินหินคลุกที่สูงกว่า3เมตร

ก่อกำแพงหน้าร้านรอ ประมาณ 1 เดือนก่อนน้ำท่วม

วาดรูปเล่นแก้เครียด

ยกของขึ้นในขั้นแรก

วันที่ 10 ตุลาคม 2554
เวลา 10.00 น. มีคนโทรมาแจ้งว่ากระสอบทรายกั้นน้ำบริเวณหลังตลาดลาว (ตลาดบ่อนไก่) แตก ทำให้น้ำล้นเข้ามาในพื้นที่ตลาดได้แล้ว ขอให้รีบเก็บของโดยด่วน เพื่อเช็คข่าวเนื่องจากมีข่าวลือกันมาก ผมได้เดินไปดูลาดเลาที่บริเวณห้างวิถีเทพสรรพสินค้า ซึ่งก็เห็นว่าท่าจะจริง เนื่องจากน้ำมาเรี่ยๆถนนแล้ว จึงกลับเข้ามาสั่งให้พนักงานเตรียมปิดร้านแล้วทะยอยยกของขึ้นที่สูงเพิ่มเติมทันที

ระหว่างนั้น ทางเทศบาลนครนครสวรรค์ ร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 ก็ได้พยายามนำรถขนดิน เพิ่มเพื่อนำไปอุดช่องกระสอบทรายที่พังลงเพื่อป้องกันน้ำไม่ให้เข้ามาในเมืองได้ การจราจรในเมืองวุ่นวายมากครับ ทั้งรถบรรทุกดิน รถของชาวบ้านที่ต้องการอพยพไปจอดในที่สูง (ความโกลาหลเช่นนี้นี่เองที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้ หลายคนบอกว่าถ้าเขื่อนแตกตอนกลางคืนไม่มีการจราจร ก็อาจจะกั้นได้ง่ายกว่านี้ ณ จุดนี้ ได้พบกับจนท.เทศบาลหลายคน เขาก็บอกว่าน่าจะกั้นได้นะ ทำให้พวกเราประมาท จึงไม่รีบขนของเท่าที่ควร)

น้ำเริ่มไหลมาตามถนนแล้วครับ

มีปัญหาเรื่องน้ำซึมจากมุมกระเบื้องต้องอุดกันใหญ่ สุดท้าย ไม่สำเร็จครับ

เวลา เที่ยงกว่าๆ น้ำได้เดินทางมาถึงบริเวณหลังร้านแล้ว เนื่องจากทางหลังร้านต่ำกว่าหน้าร้าน ที่ร้านเริมปิดอุดรูรั่วต่างๆ ตามขอบตึกด้วยดินน้ำมันและปิดท่อระบายน้ำภายในด้วยถุงทราย ทางร้านได้นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไปจอดในที่สูงเพื่อความปลอดภัยแล้ว

น้ำมาเติมเต็มถนนหลังบ้านแล้วครับ

โกดังครับ

หนังสือถูกยกย้ายมาไว้ที่ผนังก่อนชั่วคราว

หน้าร้านน้ำก็มาแล้วเหมือนกัน

เวลา 16.00 น. น้ำได้ขึ้นมาจนถึงระดับหัวเข่าเมื่อยืนบนถนนครับ ผมไปซื้อไดโว่จากร้านเจริญเคหะ Mitsubishi Tornado 1 เครื่อง ราคา 1800+สายยางเมตรละ 25 บาท จำนวน 5 เมตร เผื่อไว้ในกรณีมีน้ำซึมเข้ามาจะได้ดูดออกได้ (ตามประสบการณ์ที่เคยปฏิบัติตอนปี 2538)
พนักงานได้ลำเลียงเอกสารสำคัญ คอมพิวเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ขึ้นมายังชั้น 2 พร้อมกับสินค้าบางส่วน โดยวางแผนกันว่าจะมาขนของเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ พนักงานบางส่วนได้ไปทะยอยย้ายของที่เก็บไว้ในโกดังขึ้นอีกบางส่วน เช่น แฟ้ม กระดาษ และสมุด ซึ่งเป็นของที่เสี่ยงต่อการเสียหายจากความชื้นมาก โดยยกของให้สูงกว่าระดับพื้นโกดังถึง 1 เมตร และ ขนของบางส่วนขึ้นไปชั้น 2 และบริเวณขั้นบันได

ระหว่างนั้น ได้มีเพื่อนบ้านตะโกนว่ามีควันไฟลอยมาจากบนดาดฟ้าร้านเรา ผมจึงได้รีบขึ้นมาที่ดาดฟ้าเพื่อตรวจสอบ ปรากฏว่า ควันไฟดังกล่าวลอยมาจากบ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่ถัดไป 2 ห้อง เป็นร้านเย็บผ้าที่อยู่ระหว่างร้านสุทธิภรณ์ขายเสื้อผ้านักเรียน กับ ร้านปืนพิเชษฐ์ ซึ่งเจ้าของบ้านไม่อยู่ออกไปซื้อของ ทางหลังร้านก็มีรถดับเพลิงลุยน้ำท่วมเข้ามาเพื่อช่วยเหลือ พร้อมตะโกนถามว่า “ไฟไหม้ เรียนดี หรือ มีคนโทรไปแจ้ง” ผมก็ตะโกนมาบอกเขาจากบนดาดฟ้าว่า “ไหม้ด้านหน้าครับ วนรถไปดูได้เลย” เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพังประตูเข้าไปดับไฟสำเร็จ (ได้ทราบภายหลังว่าเกิดจากเครื่องซักผ้าเกิดไฟฟ้าลัดวงจร)

รถดับเพลิงมา บ้านที่มีควันอยู่ข้างร้านสุทธิภรณ์

เห็นควันจางๆกลางภาพไหมครับ ภาพนี้ถ่ายจากดาดฟ้าบ้านผมครับ

เวลา 17.00 น. พนักงานขอตัวเดินทางกลับบ้านเนื่องจากเกรงว่าจะออกจากเมืองไม่ได้หากน้ำขึ้นสูง เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องการเงินระหว่างเกิดเหตุน้ำท่วม จึงได้ดำเนินการให้พนักงานเบิกเงินเดือนล่วงหน้าไปก่อนครับ ซึ่งปัญหาในเวลานั้นคือธนาคารต่างๆปิดแล้ว ตามห้างก็ปิดดังนั้นจึงต้องใช้บริการตู้ATMของธนาคารกรุงเทพที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวที่แฟรี่แลนด์ครับ ที่ร้านได้ยกคัตเอาท์ของปลั้กและไฟต่างๆของชั้น 1 ออกเพื่อป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ จากไฟฟ้าครับ ทำให้ชั้น 1 มืดสนิท และ ขนของได้ไม่สะดวกนักครับ

คัทเอาท์ที่แยกเป็นชั้นๆ

ถนนหลังบ้านเจิ่งนองไปด้วยน้ำ

ผู้จัดการเดินทางกลับจากทำธุระที่กรุงเทพมาถึงร้านจึงทำการส่งพนักงานกลับบ้าน ปิดประตูหน้าร้านและหลังร้านให้เรียบร้อย

ดึกแล้วเพื่อนบ้านเอาเรือมาเล่น ส่วนเรานั่งเฝ้าเครื่องสูบน้ำ

ผมทำการติดตั้งเครื่อง ไดโว่ ให้สามารถใช้งานดูดน้ำที่ซึมเข้ามาได้ในขณะที่ปิดประตูอยู่ โดยได้รับความช่วยเหลือจากพี่ธวัช ร้านชัยยงค์การช่าง หลังบ้าน (ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย) ทำให้สามารถเสียบปลั้กเปิดเครื่องสูบน้ำได้ในขณะที่ยืนดูอยู่ชั้น2เพื่อความปลอดภัยเรื่องกระแสไฟฟ้า

น้ำยังซึมเข้ามาตลอดทั้งคืน

ตลอดทั้งคืน ระดับน้ำยังขึ้นอยู่ตลอด รวมถึงน้ำก็ยังซึมเข้ามาในบริเวณช่องระหว่างประตูด้านหลังที่ได้เว้นไว้ ผมต้องตื่นมาทุกๆ ชั่วโมงเพื่อเสียบปลั้กไดโว่เพื่อดูดน้ำออก

วันที่ 11 ตุลาคม 2554
ตอนเช้าตรู่ ผมจึงผลัดเวรกับผู้จัดการในการเฝ้าระดับน้ำ เพื่อไปนอนพักผ่อนบ้าง ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนใกล้ๆเที่ยง วันนี้พนักงานมาทำงานจำนวนไม่มากเนื่องจากส่วนใหญ่ติดปัญหาเรื่องการเดินทาง ไม่มั่นใจว่าจะเดินทางมาที่ร้านได้หรือไม่ อย่างไร จึงมีพนักงานมาที่ร้านด้วยการนั่งเรือมา โดยเสียค่าเรือไปคนละ 100 บาท จากบนฟุตบาท น้ำสูงประมาณ 60 ซม. เหลือพื้นที่อีก 20 ซม. น้ำจะข้ามเข้ามาในร้านได้ครับ ผมก็เริ่มให้พนักงานทะยอยเก็บของเพื่อหนีน้ำขึ้นอีกทันที เนื่องจากมีน้ำไหลซึมที่พื้นเป็นจำนวนมาก โดยเราตกลงกันว่า เราจะขนของยกขึ้นให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ จนกว่าน้ำจะสูงในระดับหัวเข่าก็จะหยุดขน

มีคนโทรศัพท์มาแจ้งผู้จัดการว่า รถยนต์ CRVที่จอดไว้ที่โรงพยาบาลปากน้ำโพนั้น ขณะนี้ น้ำขึ้นถึงล้อแล้ว ขอให้รีบออกมาขยับย้ายรถโดยด่วน ทำให้ผู้จัดการต้องรีบเรียกเรือจ้างออกไปเพื่อขยับรถในตอนกลางวัน (ทราบภายหลังว่าเป็นรถคันสุดท้ายที่จอดอยู่ในบริเวณนั้น ในขณะที่ไปถึงนั้น น้ำกำลังจะแตะใต้ท้องรถยนต์พอดี รอดหวุดหวิด)

เราเริ่มขนสินค้าที่มีมูลค่าสูงก่อน เช่นเครื่องใช้สำนักงานประเภทเครื่องเจาะ เครื่องเย็บเข้าเล่ม แท่นตัดกระดาษโลหะ เครื่องคิดเลข C.D.ต่างๆ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หมึก เครื่องมือเขียนแบบ ปากกาผู้บริหาร ดินสอกด ของขวัญ ของที่ระลึกต่างๆ รวมถึงหนังสือบางส่วนด้วย (2-3 ชั้นล่าง)
ทุกคนขนของเดินขึ้นลงระหว่างชั้น 1 และชั้น 2 จนเหนื่อย แม้จะมีการพักทานข้าวกลางวันแล้ว ของก็ไม่มีทีท่าว่าจะหมดเลย มองดูแล้วสิ่งๆ ไหนๆ ก็ล้วนดูเป็นของสำคัญทั้งนั้น ระหว่างวันผมได้ดำเนินการโทรแจ้งsupplier หลายๆ ท่านว่ามีความเสี่ยงมากที่จะขนของไม่ทัน ดังนั้นขอให้เตรียมมาตรการช่วยเหลือไว้ได้เลย (ผมทวีตเพื่อขอความช่วยเหลือ ขอบคุณทุกท่านที่ RT ด้วยนะครับ)

น้ำขึ้นมาจ่อที่ขอบปูนแล้วครับ

ใกล้ล้นแล้วครับ

พอถึงเวลาประมาณ 16.00 น. น้ำก็ได้ขึ้นสูงเกินกว่ากำแพงปูนอิฐ4ก้อนที่ได้ก่อไว้ ล้นข้ามเข้ามาในบริเวณร้าน โดยน้ำล้นมาจากทางด้านหลังร้านก่อนเนื่องจากเป็นพื้นที่ๆต่ำกว่า น้ำไหลล้นเข้ามาเกินกำลังของไดโว่ที่จะทำงานได้ เมื่อน้ำเข้ามาเกินระดับเท้าแล้ว ทำให้การเดินขนของในร้านมีความลำบากมากขึ้น พนักงานหลายคนเริ่มขวัญเสีย ร้องไห้ เสียดายสิ่งของต่างๆ ผมก็ได้แต่บอกว่าไม่เป็นไร ขนไปเรื่อยๆ ถ้าขนไม่ไหวแล้วก็ยกเทินขึ้นชั้นบนละกัน เอาชั้นล่างๆ ให้โล่งก่อนนะ ไม่เป็นไรๆ ถ้าน้ำถึงหัวเข่าเราหยุดนะ
ชั้นวางของทั่วไปที่เป็นกระจกจะมี 4 ชั้น 2 ชั้นล่างคือบริเวณที่ไม่มีของเหลือแล้ว ส่วนตู้กระจกใส่สินค้า3ชั้น ที่ได้ยกขึ้นวางบนเก้าอี้ตั้งแต่หลายวันก่อนนั้น 2 ชั้นล่างก็ไม่มีสินค้าอยู่แล้วเช่นกัน ของหลายๆ อย่างถูกยกขึ้นเทินสูงบนตู้ บนชั้นอย่างฉุกละหุก
สุดท้ายเมื่อน้ำได้เข้ามาจนถึงหัวเข่าแล้ว ผู้จัดการจึงบอกว่า พอแล้ว ขอให้ทุกคนกลับบ้านได้แล้ว และเรียกเรือรับจ้างมารับทุกคนออกไป โดยจะแจ้งความคืบหน้าต่างๆ เป็นระยะๆ (ผมทวิตคำว่า it.s over เพื่อแจ้งให้เพื่อนๆในทวิตเตอร์ที่คอยลุ้นผมขนของอยู่ให้ทราบว่า เกมจบแล้ว ผมแพ้แล้ว)
ผมกับผู้จัดการขอบคุณทุกคน ปิดประตูเหล็กม้วนล็อคกุญแจ แล้วยืนมองน้ำที่ไหลเข้ามาในร้านเพิ่มขึ้นจนเลยหัวเข่ามาถึงต้นขาเพื่อหาจังหวะในการปิดประตูกระจกให้ระดับน้ำระหว่างด้านนอกและด้านในใกล้เคียงกันที่สุด เพื่อกันแรงดันน้ำจะทำให้กระจกแตก ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียง โครมคราม ภายในบ้าน ชั้นวางของหลายชั้นที่ด้านในกลวง ลอยขึ้นเนื่องจากมีอากาศอยู่ภายใน และ คว่ำลงไปชนเอาชั้นหนังสือ และ ชั้นสินค้าต่างๆ แต่ก็มองไม่เห็นว่าเป็นสินค้าอะไร เนื่องจากมืดมาก เมื่อระดับน้ำเท่ากันแล้วจึงปิดประตู ผมขึ้นมาโทรศัพท์รายงานให้กับคุณแม่ทราบสถานการณ์ คุณแม่ให้ลงไปนำเจ้าที่ขึ้นมาด้วย ผมก็ลืมสนิทเลย เพราะคิดว่าคงไม่เป็นไร เมื่อลงไปดู น้ำก็สูงถึงระดับฐานตู้ไม้ของเจ้าที่ประมาณ 1-2 นิ้ว แล้ว ยกตู้ไม้ขนาด 2*2*3 ฟุตขึ้นมา โดยพยายามให้ของด้านในไม่เคลื่อนไหว ยากมากๆ ครับ แถมกระจกใสที่วางไว้ด้านบนก็ตกลงไปในน้ำด้วย ยิ่งทำให้ลำบากมากขึ้น ดีที่กระจกไม่แตก ผมใช้หัวเข่ารองใต้ตู้เจ้าที่ ทำให้ฝาตู้เจ้าที่ด้านหนึ่งหักไป ผมทำท่าจะรับน้ำหนักไม่ไหว จึงตะโกนเรียก ผู้จัดการให้ลงมาช่วยผมยกอีกแรงหนึ่ง เมื่อยกขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว ผมจึงลงไปงมกระจกใสที่ตกขึ้นมา ถือได้ว่าทุลักทุเลมากทีเดียวครับ

เจ้าที่ ที่ผมยกขึ้นมาได้ ฝาด้านหน้าหักไปนิดนึง

ผู้จัดการ ถามผมว่า “ทำใจได้ไหม” ผมบอกว่า “ทำใจได้ เพราะของที่เราขนขึ้นมาจะว่าไปก็เยอะแล้ว เดี๋ยวน้ำลดลงแล้วก็ยังมีของที่ขนขึ้นมานี่ขายได้นะ” “แล้วกะว่าจะอยู่ในร้านถึงเมื่อไร” “อืม..รอจนน้ำขึ้นมิดที่พักบันไดละกันครับ” ซึ่งก็ยังเหลืออีกประมาณ 1 เมตร ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่รู้เลยว่าน้ำจะหยุดตรงบันไดขั้นไหน

ระดับน้ำขึ้นมาบันไดประมาณ 3 ขั้น

ผมขึ้นไปอาบน้ำและทานข้าว คิดๆ ว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อไปดี มีเสบียงอยู่เพียงมาม่า 18 ซอง เท่านั้น จะอยู่ได้นานเท่าไรยังไม่รู้ยังดีที่น้ำ-ไฟ-เตาแก๊สยังมี ก็ต้องลองอยู่กันไปก่อน บางจังหวะก็คิดมากถึงขนาดน้ำตาพาลจะไหลเอา

คืนนี้นอนหลับอย่างจิตใจไม่ปกติ แต่ร่างกายเหนื่อยอ่อนมากจึงหลับเป็นตาย

วันที่ 12 ตุลาคม 2554

วันอพยพ ลงมาดูน้ำแล้ว น่าจะอยู่ต่อได้ยาก เพราะน้ำยังขึ้นอีก พอประมาณเที่ยงวัน ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็มาตัดไฟเนื่องจากระดับน้ำสูงขึ้นมาก เกรงว่าบางบ้านที่มิเตอร์ไฟอยู่ต่ำอาจเกิดอันตราย มองเห็นเพื่อนบ้านหลายคนที่ก่อกำแพงไว้สูง7-8ชั้น รีบอพยพเก็บข้าวของเรียกเรือมารับ ล็อคบ้านทันทีเนี่องจากน้ำซึมเข้าเรื่อยๆ หากไม่มีไดโว่ดูดน้ำน้ำอาจจะซึมเข้าจนท่วมด้านในทั้งหมดได้ ในเขตซอยหลังบ้านนั้นคนที่สู้อยู่จนนาทีสุดท้ายมี 2 บ้าน คือ ร้านชัยยงค์การช่าง และ ร้านโรงกลึงเฮียอู๋ข้างๆร้านเย็นตาโฟชัยพร ครับ 2 ร้านนี้ก่ออิฐสูงมาก และ เครื่องมือสูบน้ำพร้อม ติดที่ว่าเครื่องสูบน้ำนั้นใช้ไฟฟ้านั่นเอง

ขึ้นมาเพิ่มอีก 2 ขั้นครับ สังเกตสวิทช์ไฟเทียบกับรูปก่อนหน้าครับ

เมื่อเขาตัดไฟแล้ว ถึงกำแพงยังอยู่แต่ก็ต้องอพยพแล้วล่ะ

ส่วนที่ร้านก็ต้องตกลงกันใหม่ เมื่อเกิดการตัดไฟขึ้น อาจทำให้การดำเนินชีวิตไม่สะดวกจึงวางแผนว่าจะอพยพในวันนี้ เพื่อนๆหลายคนแสดงความเป็นห่วง ขอให้รีบอพยพออกมาเพราะน้ำสูงขึ้นมาก หากไม่ออกมาจะออกมาไม่ได้ ผมจึงไหว้วานให้เขาหาที่พักให้ด้วย บางคนก็ชวนผมไปเที่ยวเชียงใหม่ ขึ้นเหนือหนีน้ำท่วม ในอารมณ์นั้นคงตอบยากว่าจะไป เนื่องจากก็ยังเป็นห่วงทรัพย์สินต่างๆ อยู่ หากไปไกลแล้วเกิดอะไรขึ้นที่ร้านใครจะมาดูแลให้

ผมทวีตเบอร์โทรศัพท์มือถือผมและพ่ออีกครั้งพร้อมบอกว่าให้เก็บเอาไว้เลยนะเพราะจะอพยพแล้ว จะรอดหรือเปล่ายังไม่รู้เลย ผมกับผู้จัดการตกลงกันว่าเราจะยังไม่อาบน้ำ เราจะยกของจากที่พนักงานวางไว้ให้ตามบันไดและทางเดินเข้าไปเก็บในสต๊อกหนังสือให้เรียบร้อยก่อน แล้วไปจัดกระเป๋าแล้วค่อยออกเดินทาง เรายกของกันสองคนจนประมาณ 15.00 น. ก็เสร็จเรียบร้อย สามารถเคลียร์บันไดเป็นทางเดินได้ ผมดำเนินการล็อคประตูหน้าต่างทุกบานอย่างแน่นหนา เนื่องจากมีข่าวหนาหูว่าช่วงน้ำท่วมอาจมีโจรขโมยขึ้นบ้านได้ ผมเตรียมสิ่งของที่จำเป็น เสื้อผ้า3-4 ชุด กะเอาว่าไปตายเอาดาบหน้าละกัน ไม่ได้เอาโน้ตบุ๊คไป แต่เอาแทบเล็ตไป นำเงินสดพร้อมสมุดธนาคารติดตัวไป เผื่อต้องใช้ฉุกเฉิน นำเอกสารสำคัญติดตัวไป สับคัตเอาท์หลักของบ้านเพื่อป้องกันเรื่องไฟฟ้า

ผมโทรไปประสานงานกับคุณบอล เอเอ ประดับยนต์ และ คุณโปรคุณนัท ที่ร้านไทยมาร์ท ว่าจะสามารถหาห้องพักให้เราได้หรือไม่ ปรากฏว่าสามารถหาได้ที่ โรงแรมแกรนด์ฮิลล์ รีสอร์ท แอนด์สปา ซึ่ง ทางร้านไทยมาร์ท ได้พักอยู่ 2 ห้อง และยินดีจะไปนอนเบียดกันเพื่อให้เราสองคนได้นอนกันอีกห้องหนึ่ง ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยอีกครั้งครับ

แถวบ้้านเงียบสงบ ไม่มีใครอยู่แล้วมั้งครับ

มองดูสภาพในร้านก่อนอพยพ

ทดลองไปเปิดประตูนี้ พบว่า เปิดได้แต่จะล็อคไม่ได้

เมื่อแน่ใจแล้วว่ามีที่พัก ต่อไปคือการหาวิธีออกจากบ้าน ผมทดลองเดินลงมาตามขั้นบันได เมื่อยืนบนพื้นของร้าน น้ำน่าจะสูงประมาณ 1 เมตร ผมลองหาวิธีเปิดประตูกระจกและกุญแจประตูใหญ่ ไม่สำเร็จ เนื่องจากต้องดำน้ำไปไขกุญแจ ซึ่งในขณะนั้นยังกลัวๆกล้าๆอยู่ มองกลับเข้าไปในบริเวณร้าน ก็มองเห็นบรรดาสิ่งของต่างๆ เริ่มลอยตามผิวน้ำแล้ว ชั้นวางของหลายตัวล้มลอยคว้างอยู่กลางบ้าน ผมพยายามไม่หันหลังกลับไปดู ทั้งๆที่ความจริง น่าจะสามารถเดินไปเก็บของได้อีก แต่เราไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในน้ำ และไม่มีรองเท้าบูท อาจมีสัตว์มีพิษ หรือ ของมีคม ก็ได้ จึงไม่ได้เดินไปครับ ผมลองคิดดูว่าถ้าออกประตูใหญ่ไปแล้ว เราจะไม่สามารถปิดประตูกระจกจากด้านนอกได้ เพราะไม่รู้ว่ากุญแจอยู่ไหนและล็อคประตูม้วนก็ไม่ได้ด้วย เพราะช่องกำแพงแคบเกินกว่าที่จะก้มถึงครับ ดังนั้นจึงมาลองด้านประตูเล็กใต้บันไดแทน พื้นของร้านส่วนใต้บันไดจะต่ำกว่าพื้นร้านอีกประมาณ30ซม.เมื่อเดินลงไประดับน้ำจะสูงถึงประมาณหน้าอก ซึ่งค่อนข้างน่ากลัวมาก เพราะใต้บันไดนั้นค่อนข้างมืด เป็นช่องลิฟท์ขนของ วางปั๊มน้ำ และอุปกรณ์ทำความสะอาด (ผมนึกถึงภาพตะขาบและแมลงสาบหนีน้ำเมื่อน้ำท่วมวันแรกทันที อืม..) เรียกผู้จัดการมาส่องไฟฉายให้ แล้วผมก็ค่อยๆเดินไปจนถึงประตูม้วน แล้วกลั้นหายใจดำน้ำลงไปเพื่อปลดตะขอที่คล้องประตูออกแล้วดึงประตูขึ้น เมื่อช่องแสงของประตูม้วนถูกเก็บเข้าไป บรรยากาศก็มืดลงชั่วขณะ (ช่วงนี้น่ากลัวที่สุดครับ) เมื่อเปิดประตูสุดแล้วจึงมีแสงเข้ามาในบ้านอีกครั้ง น้ำด้านนอกของบ้านบนฟุตบาท น่าจะสูงประมาณ 1.20 ม. ผมตะโกนเรียกเรือที่ผ่านไปมา ที่ ถ.สวรรค์วิถี ให้แวะเข้ามารับหน่อย เมื่อเรือมาลอยอยู่ตรงหน้าแล้ว ผมจึงค่อยๆ เดินเข้าออกเพื่อรับกระเป๋าเสื้อผ้า มาใส่ในเรือ ผู้จัดการลงมาทีหลัง ถือกระเป๋าอยู่บนหัว (โดยลืมไปว่าเอาเงินและโทรศัพท์มือถือใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ เมื่อเดินลงมาน้ำลึกถึงระดับกระเป๋าเสื้อทำให้โทรศัพท์เสียใช้การไม่ได้ตลอดช่วงน้ำท่วม) เมื่อขนของและตัวผู้จัดการขึ้นเรือเรียบร้อยแล้ว ผมก็ต้องดำน้ำอีกครั้งเพื่อล็อคประตูม้วน ผมต้องดำถึง 2 ครั้งเนื่องจากไม่สามารถ ล็อคแม่กุญแจกับสายยูได้ เป็นช่วงที่น่ากลัวอีกช่วงหนึ่งครับ เพราะช่องที่นั่งลงไปนั้นแคบมากคือระหว่างประตูม้วนกับอิฐบล็อคที่ก่อไว้ น่าจะกว้างไม่เกิน 30 ซม. ครับ ในที่สุดก็ปิดบ้านสำเร็จครับ ผมปีนขอบอิฐที่ก่อไว้ 4 ก้อนเพื่อขึ้นเรือ แล้วเรือก็พาเราไปตาม ถ.สวรรค์วิถี ถ.ดาวดึงส์ เพื่อไปขึ้นท่าเรือที่ ถาวรฟาร์ม ครับ (ขอแทรกตรงนี้นิดนึงครับ โชคดีมากที่วันก่อนหน้านี้ ผมล็อคประตูเหล็กม้วนด้วยตะขอเท่านั้น ไม่ได้ใส่แม่กุญแจ และน้ำก็ไม่ได้ซัดตะขอหลุดจากสายยู ทำให้ตอนเปิดทำได้ค่อนข้างง่ายครับ เป็นอุทธาหรณ์ให้กับคนที่จะทำประตูว่าอย่าทำประตูแบบที่ต้องก้มลงไปเปิดอย่างเดียวนะครับ ขอให้ทำประตูที่เปิดได้ในระดับหน้าอกด้วย เพราะดำน้ำลงไปนั้นเสี่ยงอันตรายมากๆ ครับ โดยเฉพาะถ้าคนแก่ๆที่ขาแข้งไม่ดีแล้ว อันตรายสุดๆ ครับ)

หน้าห้างแฟรี่แลนด์

KFC

สภาพของผมหลังจากดำน้ำหลายที อยู่บนเรือแล้ว

ระหว่างทางก็ได้มองเห็นระดับน้ำตามร้านต่างๆในเมือง ซึ่งแม้กระทั่งห้างสรรพสินค้าแฟรี่แลนด์ ซึ่งปี 2538 น้ำไม่ท่วมเลย ก็ถูกน้ำท่วมเข้าถึงด้านในประมาณ 1 ฟุต ครับ ผ่านร้านค้าต่างๆ ใน ถ.ดาวดึงส์ บางร้านก็ยังสู้อยู่ครับ มีเครื่องสูบน้ำชนิดน้ำมันใช้ท่อพญานาค น้ำในขณะนั้นยังขุ่นและไหลแรง ขยะยังไม่ค่อยมีมากนักครับ แต่ดูแล้วระดับน้ำก็น่าจะยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆครับ เมื่อถึงท่าถาวรฟาร์ม จ่ายเงิน คนเรือคิดเราคนละร้อยครับ แล้วเราเดินเท้าต่อไปยังโกดังที่อยู่ในซอยธรรมเกษตรเพื่อเอารถแล้วไปพบกับคุณนัทร้านไทยมาร์ท ที่ โรงแรมครับ เป็นอันจบการผจญภัยในช่วงแรกของน้ำท่วมครับ เดี๋ยวจะกลับมาเล่าอีกรอบว่า ช่วงน้ำท่วมทำอะไรบ้าง และพอน้ำลดทำอะไรบ้างนะครับ

บรรยากาศงานหนังสือ

image

image

image

image

image

image

image

image

image

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.