หนังสือปลอม ความหอมหวานที่ต้องทำใจ

ช่วงนี้กระแสมันแผ่วๆ ลงไปแล้ว เรามาราดน้ำมันกันอีกทีดีกว่า

จริงๆ หัวเรื่องนี้เขียนทิ้งไว้หลายวันแล้ว บันทึกไว้เป็นดร๊าฟท์ แล้ววันนี้ก็อยากจะมาเขียนต่อให้จบ

มีหลายคนตั้งคำถามว่า หนังสือปลอม นี่มันปลอมยังไง ตอนแรกผมก็อธิบายเสียยืดยาว ว่าเอาต้นฉบับออกมาก้อป ไปพิมพ์แยกสี อะไรให้วุ่นวาย แต่จริงๆ แล้วสามารถอธิบายสั้นๆ ได้ว่า เหมือน mp3 เทปผีซีดีเถื่อนอะไรอย่างนั้นแหละครับ ที่อากู๋ เฮียฮ้อ ออกมาโวยวาย เอาศิลปินมาขึ้นรถบดซีดี กันใหญ่ เพราะว่า เจ้าของค่ายไม่ได้เงินไงครับ

เรื่องเงินก็เป็นเรื่องนึง แต่ว่า จริงๆ แล้ว หนังสือ ก็ถือเป็นสินค้าที่มีลิขสิทธิ์ และได้รับความควบคุมตามกฏหมายทรัพย์สินทางปัญญา องค์การค้าของครุสภา เป็นผู้ถือครองสิทธิ ในการผลิตนั่นเอง การที่มีหนังสือที่ผลิตโดยองค์การค้าอขงครุสภา ไม่ได้รู้เรื่องด้วยนั้น ไม่ได้หมายความว่าเป็น หนังสือปลอม แต่ควรเรียกว่าเป็น หนังสือละเมิดลิขสิทธิ์ มากกว่า เพราะหนังสือละเมิดลิขสิทธิ์ นั้น จริงๆ ก็ใช้เรียนให้เด็กมีความรู้ได้เหมือนกัน เพียงแต่มันผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ที่เอาของเค้ามาโดยไม่ได้จ่ายเงินนั่นเอง

แล้วถามว่า มันหอมหวานยังไง ถามใครๆ ที่เป็นพ่อค้าแม่ขาย ใครๆ ก็อยากซื้อของถูก และมีของครบในเวลาที่ลูกค้าต้องการกันทั้งนั้นจริงไหมครับ เอาเรื่องแรกก่อน เรื่อง ราคา หนังสือปลอม ไม่ต้องเสียค่าออกแบบปก ค่านักวิชาการ มาช่วยกันคิดหลักสูตรใดๆ เอาต้นฉบับของเขามาถ่ายและพิมพ์ก็เสร็จแล้ว ง่ายจริงๆ ดังนั้น ค่าใช้จ่ายก็มีแค่ ค่าแรงคนงาน ค่าพิมพ์ ค่ากระดาษ และค่าขนส่ง เป็นต้น เท่านั้นเอง ทำให้ ต้นทุนถูกมาก สามารถนำมาลดราคาได้เป็นหลายๆ สิบเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ องค์การค้า ไม่มีทางแข่งได้เลย หนำซ้ำ เวลานำมาจำหน่ายให้ลูกค้าขายส่งก็ต้องลดราคากันต่อเป็นทอดๆ อีก ทำให้ผู้ซื้อคนแรก ก็อยากได้ราคาถูกที่สุดกันทั้งนั้น ส่วนอีกประเด็น เรื่อง เวลา อันนี้ ก็เป็นปัญหามาทุกปี เนื่องจาก การบริหารงานภายในขององค์การค้าเอง ที่ยังไม่สามารถส่งหนังสือบางปกให้กับร้านค้าได้ทันเวลาเปิดภาคเรียน ทำให้ ร้านค้าต้องแย่งกันซื้อ และไม่สามารถรับปากอะไรกับลูกค้าได้เลย

สองประเด็นนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดกลิ่นหอมหวานลอยฟุ้งออกมาจากกอง หนังสือละเมิดลิขสิทธิ์ ตรงนั้นได้แล้ว

แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า ไปซื้อของละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ได้เสียแล้ว เพราะว่าเค้าจับได้แล้วว่ามีขบวนการจริง แต่ถามว่า แล้วมันมีอะไรรับประกันได้บ้างว่า หนังสือที่เราถืออยู่ในมือเป็นของจริง หรือของปลอม ทางองค์การค้า ก็พยายาม ออกมาบอกว่าให้สังเกตยังไง แต่ถามหน่อยเถอะครับ แต่ละวิธีที่ใช้ตรวจสอบนั้น คนธรรมดาๆ อย่างเรา แทบจะไม่สามารถแยกออกเลยครับ เห็นเพื่อนผมว่า วันที่เค้าแถลงข่่าวออกทีวี เจ้าหน้าที่องค์การค้ายังหยิบขึ้นมาโชว์สลับกันเลย นี่ของจริง เอ้ย ไม่ใช่ อีกอันของปลอม มั่วไปหมด (ออกสะเก็ดข่าวด้วยนะครับ)

แล้วยังไงดี ระหว่างการที่นักเรียนทั่วประเทศ ทุกๆ คน มีหนังสือละเมิดลิขสิทธิ์ใช้ กับ นักเรียนประมาณครึ่งประเทศ มีหนังสือจริงใช้ เราจะเอายังไงกันดี ไก่ไข่มั้ยครับ มันไม่เหมือนเทปผีซีดีเถื่อนตรงนี้แหละครับ เพราะว่า มันเป็นสิ่งจำเป็นกว่า และมีอยู่เพื่อให้ความรู้กับอนาคตของชาติ

ก็เลยมาเล่าให้ฟังว่ามันหอมหวาน แต่ก็ต้องทำใจ เพราะไปแตะมันไม่ได้เสียแล้ว เพราะองค์การค้าขู่ไว้ว่า ถ้าจับได้ว่าร้านตัวแทนใด ซื้อหนังสือปลอมจะปลดออกจากการเป็นตัวแทนทันที แต่ทั้งนี้ ที่ร้านก็ขายแต่ของจริงนะครับ เอาแว่นขยายมาส่องดูก็ได้ครับ (ฮา)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: